เปิดประวัติอาชญากรรม เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ ก่อน “ชุบตัว”

หลังจากที่ทยอยเขียนบทความชุด #มหากาพย์นายหน้า มาสิบกว่าตอนตลอดห้าเดือนระหว่าง สิงหาคม และ ธันวาคม 2025 ผู้เขียนอยากเปิดศักราชปีม้า 2026 ด้วยการย้อนกลับไปดูประวัติอาชญากรรม 20 ปีแรกของ เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์

ผู้ซึ่งจนถึงวันนี้ (9 มกราคม 2026) ยังไม่มีการออกหมายจับใดๆ ทั้งสิ้นโดยรัฐไทย ทั้งที่ ยิม เลียก และภรรยา หุ้นส่วนและผู้อุปถัมภ์คนสำคัญของเขา ถูกออกหมายจับแล้วตั้งแต่ 3 ธันวาคม 2025 วันที่มีการแถลงข่าวใหญ่เรื่องการอายัดทรัพย์เครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

มิใยที่เมาเออร์เบอร์เกอร์จะพร่ำบอกผ่านการออกแถลงการณ์และผ่านทนายความของเขาว่า เขาเป็น “พลเมืองที่เคารพและปฏิบัติตามกฎหมายของทุก ๆ ประเทศ” และอ้างว่าประวัติการทำงานและพฤติกรรมของเขา “สะท้อนให้เห็นว่า[เขา]เป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความรับผิดชอบ”

ประวัติการก่ออาชญากรรมทางเศรษฐกิจของเขาในอดีต ก็ยังคงเป็นข้อเท็จจริงอยู่วันยังค่ำนั่นเอง

ปี 2001-2006 คือช่วงเวลาก่อนที่เมาเออร์เบอร์เกอร์จะได้ “ชุบตัว” มีชีวิตใหม่ด้วยความช่วยเหลือของชนชั้นนำทางเศรษฐกิจและการเมือง ในกัมพูชาและไทย – นานก่อนที่จะมีนักการเมืองไทยคนไหนกล้าประกาศออกสื่อว่า เขาเป็นนักธุรกิจที่สุจริต

ประวัติอาชญากรรมทางเศรษฐกิจของเมาเออร์เบอร์เกอร์นั้น เป็นข้อมูลที่ค้นหาได้ไม่ยากในอินเทอร์เน็ต แต่อาจยังไม่มีใครทำไทม์ไลน์ชัดๆ ไล่เรียงที่มาที่ไป

จนทำให้ทุกวันนี้ คนไทยจำนวนมากอาจยังไม่รู้ว่า ประเทศแรกที่ชาวอเมริกาใต้รายนี้มีประวัติอาชญากรรม คือประเทศไทย!

เขาเป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญของคดีบรินตัน (Brinton Group) ในไทย ช่วงปี ค.ศ. 1999-2001 ซึ่งเป็นระยะที่ไทยกำลังตั้งหลักจากวิกฤติต้มยำกุ้ง เมาเออร์เบอร์เกอร์เข้าไปพัวพันกับเครือข่ายชนิด “boiler room” หรือศูนย์โทรศัพท์หลอกคนมาลงทุน กลุ่มบรินตันมาตั้งสำนักงานในกรุงเทพฯ แล้วใช้วิธี cold call สุ่มหาผู้คนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เพื่อหลอกให้ลงทุนในหลักทรัพย์ที่บริษัทไม่มีใบอนุญาตขาย ก่อให้เกิดความเสียหายรวมกันกว่า 200 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือเกือบ 7 พันล้านบาท

นับเป็นเครือข่ายสแกมเมอร์นานาชาติที่ใหญ่มากเครือข่ายหนึ่งในเวลานั้น นานนับทศวรรษก่อนที่ “สแกมเมอร์” หรือการหลอกลวงคน จะวิวัฒนาการมาเป็นศูนย์คอลเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ในภูมิภาค

(อนึ่ง boiler room เป็นชื่อเรียกธุรกิจต้มตุ๋นที่มักใช้วิธีเช่าพื้นที่สำนักงาน ระดมโทรชักชวนให้คนมาลงทุนในหลักทรัพย์ที่ไม่มีอยู่จริง หรือมีอยู่จริงแต่เป็นหลักทรัพย์โนเนมที่คนแทบไม่รู้จัก โดยหลอกให้เชื่อว่าราคาหลักทรัพย์จะพุ่งสูงเสียดฟ้า หาเงินจากเงินลงทุนและค่านายหน้าโดยทิ้งให้นักลงทุนขาดทุนย่อยยับ ธุรกิจ boiler room ในทุกประเทศผิดทั้งกฎหมายฐานฉ้อโกง และฐานชักชวนให้คนลงทุนโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้เขียนแนะนำภาพยนตร์เรื่อง Boiler Room (2000) สำหรับท่านที่สนใจหาข้อมูลเพิ่มเติม)

ข่าว The Guardian เดือนกรกฎาคม ปี 2001 รายงานเคสนี้ว่า หลังจากที่สอบสวนยาวนานถึงสองปีโดยทางการออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และฮ่องกง ที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายมากมาย ในที่สุดตำรวจไทยและต่างชาติก็รวมพลังกันบุกทลายแก๊งบรินตัน ณ สำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ จับคนกว่า 84 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวอังกฤษ 40 คน

ส่วนตัวนายเมาเออร์เบอร์เกอร์เองนั้นหายเข้ากลีบเมฆ รอดพ้นการจับกุมได้สำเร็จ

ชื่อของเมาเออร์เบอร์เกอร์มาโผล่อีก 2 ปีต่อมา ในนิวซีแลนด์ เดือนพฤษภาคม ปี 2003 เมื่อศาลเมืองโอ๊คแลนด์ (Auckland High Court) สั่งปรับเขา 30,000 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ โทษฐานโทรหลอกลวงชาวนิวซีแลนด์และออสเตรเลียให้ลงทุนผ่านบริษัท Mauer-Swisse Securities ซึ่งเป็นการหลอกลวงแบบ boiler room อีกเช่นกัน (ข่าว NZ Herald และข่าวก่อนหน้านี้เกี่ยวกับรายละเอียดวิธีหลอกนักลงทุนโดย Mauer-Swisse Securities)

บทบาทของเมาเออร์เบอร์เกอร์ในคดี Brinton Group (2001) ในไทย และคดี Mauer-Swisse Securities ในนิวซีแลนด์ (2003) ข้างต้น ถูกระบุอย่างชัดเจนในคำตัดสินปี 2010 ของ Financial Services and Markets Tribunal (FSMT) ศาลพิเศษของสหราชอาณาจักรในสมัยนั้นที่ทำหน้าที่พิจารณาคดีข้อพิพาทด้านกฎระเบียบทางการเงิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ปรากฎในคำตัดสินนี้ในฐานะผู้แนะนำการลงทุน

(ดูภาพประกอบด้านล่าง)

เมาเออร์เบอร์เกอร์ไม่ได้ก่อตั้ง boiler room เพียงแห่งเดียวในเมืองโอ๊คแลนด์ นิวซีแลนด์ เขายังก่อตั้งอีกบริษัทชื่อ Berger Securities ในเวลาไล่เลี่ยกัน

ข่าว NZ Herald เดือนตุลาคม ปี 2003 รายงานว่า บริษัทนี้โทรเสนอขายหุ้นอเมริกัน มีผู้เสียหายรวมกันกว่า 700,000 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ของนิวซีแลนด์ ฟ้อง Berger Securities ขึ้นศาล ศาลมีคำสั่งให้ยุบเลิกกิจการ และให้คืนเงินแก่ผู้เสียหายเต็มจำนวน

นอกจากนี้ ศาลยังสั่งห้ามไม่ให้นายเมาเออร์เบอร์เกอร์ ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท ที่ปรึกษาการลงทุน หรือนายหน้าการลงทุน ในนิวซีแลนด์ เป็นระยะเวลา 7 ปี

ข้อห้ามนี้อาจเป็นเหตุผลที่นายเมาเออร์เบอร์เกอร์ต้องย้ายออกจากนิวซีแลนด์

แต่เขาไม่ได้หยุดทำ boiler room เพราะในช่วงสามปีถัดมาคือ 2004-2006 เมาเออร์เบอร์เกอร์ก็เข้าไปพัวพันกับคดีหลอกขายหุ้น (อีกแล้ว) ผ่าน Atlantic Wine Agencies บริษัทของ อดัม เมาเออร์เบอร์เกอร์ น้องชายหรือพี่ชายของเขา จดทะเบียนในมลรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมเริกา ซึ่งเซ็นสัญญากับเขาในฐานะ “ที่ปรึกษา” (ข่าว The Guardian และข่าว This is Money UK เกี่ยวกับกลโกง Atlantic Wine)

จากนั้น เมาเออร์เบอร์เกอร์ก็เข้าไปพัวพันกับ boiler room ชื่อ Price Stone Group ซึ่งทางการสเปนสอบสวนและเปิดโปงในปี 2005 รวมถึงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน Global Realty “บริษัทอสังหาริมทรัพย์” ที่นักลงทุนบ่นว่าถูกหลอกให้ซื้อ เพราะราคาลดลงฮวบฮาบถึงครึ่งหนึ่ง (ข่าว The Guardian ปี 2006)

และทั้งหมดนี้คือรายชื่อ boiler room ยาวเหยียดในหลายประเทศ หลอกลวงนักลงทุนตั้งแต่นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย ไปจนถึงอังกฤษ สเปน และฮ่องกง ที่นาย เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ ก่อตั้งหรือเข้าไปมีบทบาททางธุรกิจ

นานนับสิบปีก่อนที่เขาจะมา “ชุบตัว” เป็น “ที่ปรึกษา” มากอิทธิพล ของชนชั้นนำทั้งในกัมพูชาและไทย