“การเทคโอเวอร์ลับ” อีกหนึ่งกรณี? เบื้องหลัง Private Placement ของ VGI

ความคืบหน้าที่สำคัญที่สุดใน #มหากาพย์นายหน้า ในรอบสี่เดือนแรกของปี 2026 หนีไม่พ้นการที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของกลุ่มที่เชื่อมโยงกับ ยิม เลียก และ เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ และภรรยาของพวกเขา เพิ่มเติมอีก 34 รายการ มูลค่ารวมราว 8.3 พันล้านบาท เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2026 ที่ผ่านมา

การสั่งอายัดทรัพย์ “ระลองสอง” นี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2026 ปปง. ได้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินในคดีสำคัญ 4 คดี รวมคดีนี้ด้วย ตกเป็นของแผ่นดินมาแล้ว

ข่าวทุกสำนักรายงานตรงกันว่า “ศาลแพ่งพิเคราะห์พยานหลักฐานของพนักงานอัยการในชั้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินดังกล่าวไว้ชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น”

สำหรับแฟนพันธุ์แท้มหากาพย์นี้รวมทั้งผู้เขียน ประเด็นหนึ่งซึ่งน่าติดตามอย่างยิ่งก็คือ การอายัดหุ้น บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (BCP) มูลค่าราว 6 พันล้านบาท ของ ปปง. ที่ถือโดย บริษัท อัลฟา ชาร์เตอร์ด เอเนอร์ยี จำกัด อันเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงสุดในการยึดและอายัดทั้งสองรอบ (ธ.ค. 2025 และ เม.ย. 2026) 

ความน่าสนใจก็คือ ความเชื่อมโยงที่ยังไม่ปรากฎชัดเจนต่อสาธารณะ อย่างน้อยจนถึงปลายเดือนมีนาคม 2026 ว่า ชาร์เตอร์ต กรุ๊ป (Chartered Group) นักทุนสถาบันที่อยู่เบื้องหลังการเข้าซื้อหุ้น BCP 20% มีความเกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไร กับ เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ และ แคปปิตอล เอเชีย อินเวสต์เม้นท์ (Capital Asia Investments: CAI) กองทุนลึกลับจากสิงคโปร์ ซึ่งเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2026 กรรมการบริษัท 2 ราย ถูกตำรวจและ ก.ล.ต. สิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore: MAS) จับและอายัดทรัพย์กว่า 160 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 4 พันล้านบาท) ในข้อหาต้องสงสัยว่าอาจร่วมมือกับขบวนการฟอกเงินข้ามพรมแดน 

[อ่านและดาวน์โหลดแผนผัง #มหากาพย์นายหน้า ล่าสุดได้ที่นี่ และอ่านบทความของผู้เขียน เรื่อง “แค่ไหนเรียก ‘สนิท’ (4) ไล่ไทม์ไลน์ BCP และ BCPG” เผยแพร่ 25 ธันวาคม 2025] 

อย่างไรก็ดี ก่อนเทศกาลสงกรานต์ 2026 ไม่กี่วัน ปริศนาความเชื่อมโยงระหว่าง Chartered Group กับ CAI และ เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ ก็ถูกหยิบยกมากล่าวถึงโดย ทอม ไรท์ (Tom Wright) นักข่าวเจาะหัวเห็ดแห่งบล็อก Whale Hunting ซึ่งติดตามและตีแผ่ #มหากาพย์นายหน้า อย่างไม่ลดละข้ามปี มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2025 

ในบทความเรื่อง “The Mauerberger Spider Web: How a Billion-Dollar Scam Network Captured a State” เผยแพร่วันที่ 10 เมษายน 2026 ทอม ไรท์ อ้างแหล่งข่าวว่า เงินกู้อย่างน้อยบางส่วนที่ อัลฟา ชาร์เตอร์ด เอเนอร์ยี ใช้ในการซื้อหุ้น BCP นั้น มาจากกองทุนสิงคโปร์ชื่อ Northwaters Golden Growth VCC (ลำพังการใช้นิติบุคคลแบบ VCC ก็น่าสงสัยมากแล้ว – ชวนอ่านบทความของผู้เขียนในซีรีส์นี้ เรื่อง “กลเม็ดการ “ซุกหุ้น” ผ่านแพล็ตฟอร์ม securitization และ credit fund”) 

“ข้อมูลใหม่” ที่เปิดเผยต่อสาธารณะครั้งแรกในบทความข้างต้นของ ทอม ไรท์ ก็คือ พบเส้นเงินจาก ASEAN Bounty กองทุนที่จดทะเบียนในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิ้น ไปยังบัญชีธนาคารในไทยของ Northwaters Golden Growth VCC และที่ “สุด” กว่านั้นอีกคือ พบชื่อ สุภารัตน์ สง่าเมือง อดีตภรรยานาย เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ เป็นผู้เปิดบัญชีธนาคารให้กับ ASEAN Bounty และพบว่ามีเงินโอนจาก แคททาลียา บีเวอร์ ภรรยาคนปัจจุบันของยนายเบนจามิน เข้ามายังบัญชีดังกล่าวของ ASEAN Bounty

หาก “ข้อมูลใหม่” เหล่านี้ได้รับการยืนยัน ก็อาจช่วยสนับสนุนข้อสังเกตของผู้เขียนก่อนหน้านี้เมื่อเดือนธันวาคม 2025 ในบทความ “แค่ไหนเรียก ‘สนิท’ (3) เมื่อ VGI ก็สนิทไม่แพ้ FSX” ที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับนักลงทุนแบบเฉพาะเจาะจง (private placement) 3 ใน 4 ราย ของบริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) (VGI) ในปี 2024 

ผู้เขียนนำ “ข้อมูลใหม่” ที่กล่าวอ้างในบทความข้างต้น มาเติมในแผนผังฉบับย่อ เน้นการถือหุ้นและการส่งตัวแทนมาเป็นกรรมการบริษัท ของ Chartered Group และ CAI ในบริษัท BCP และ VGI ได้ดังต่อไปนี้ (แถบแรเงาสีเขียวอ่อน แสดงธุรกรรมที่อ้างถึงในบทความของ ทอม ไรท์) 

ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตในบทความเดือนธันวาคม 2025 ว่า “ในบรรดานักลงทุนเหล่านี้ สามในสี่รายคือ CAI Optimum Fund VCC, Opus-Chartered Issuances S.A. และ Thai IR อาจ “รู้จัก” หรือมีความเชื่อมโยงกันที่น่าสนใจ เมื่อดูพฤติกรรมการลงทุนในหุ้นจดทะเบียนตัวอื่นๆ ใน ตลท. และกรรมการที่ส่งเข้ามาเป็นตัวแทนใน VGI” 

ในส่วนของ Thai IR Ltd. ข้อเท็จจริงปรากฏว่า “นักลงทุน” รายนี้ “เป็นนิติบุคคลเฉพาะกิจ (special purpose vehicle: SPV) จดทะเบียนในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน ตั้งขึ้นมาเพื่อการลงทุนของกองทุนใหม่หมาดชื่อ “ASEAN Bounty” ซึ่งจะตั้งขึ้นมาซื้อหุ้นเพิ่มทุนของ VGI โดยเฉพาะ ….ประเด็นที่น่าสังเกตคือ กรรมการของ Thai IR Ltd. มีเพียงสองราย ได้แก่ ช่วงชัย นะวงศ์ และ วราห์ สุจริตกุล ผู้บริหารระดับสูงของ บมจ. ฟินันเซีย เอกซ์ (FSX) ซึ่งรายหลังนี้ผู้เขียนได้เขียนถึงไปแล้วว่าน่าจะสนิทไม่น้อยกับ เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ และภรรยา”

ล่าสุด ในคำสั่งอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติม 9 เมษายน 2026 ชื่อ “สุภารัตน์ สง่าเมือง” อดีตภรรยานายเมาเออร์เบอร์เกอร์ ก็ปรากฎชัดในฐานะ “ผู้ถือกรรมสิทธิ์ / ผู้ครอบครอง” บริษัท Thai IR Ltd. โดย ปปง. ระบุความเกี่ยวโยงว่า “Thai IR Ltd. / ASEAN Bounty / นางสาวสุภารัตน์ สง่าเมือง”

ThaiIR
Thai IR Ltd. ในคำสั่งอายัดของ ปปง.

จาก “ข้อมูลใหม่” ที่ปรากฏในบทความของ ทอม ไรท์ อาจสามารถนำไปสู่การตีความได้ว่า CAI, Opus-Chartered Issuances S.A. และ Thai IR Ltd. ของ ASEAN Bounty อาจเข้าข่าย “นักลงทุนกลุ่มเดียวกัน” ตามนิยาม “บุคคลที่กระทำการร่วมกัน” (acting in concert) ของ ก.ล.ต.

(ทั้งนี้ ยังต้องอาศัยการพิจารณาตามข้อเท็จจริงโดยหน่วยงานกำกับดูแล โดยเฉพาะ ก.ล.ต. ซึ่งควรทำหน้าที่ตรวจสอบและให้ความชัดเจนต่อประเด็นดังกล่าว)

ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็หมายความว่า VGI อาจเข้าข่ายเปิดเผยข้อมูลอันเป็นเท็จตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ 

ส่วน CAI, Opus-Chartered Issuances S.A. และ Thai IR Ltd. ซึ่งถือหุ้นรวมกัน 14.5 + 11 + 1.6 = 27.1% ใน VGI ภายหลังจากที่การขายหุ้นในวงจำกัดให้กับนักลงทุนเพียง 4 ราย แล้วเสร็จเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2024 นั้น ก็อาจเข้าข่ายทำผิด พ.ร.บ. หลักทรัพย์ เช่นกัน เนื่องจากถือหุ้นข้ามเส้น 25% โดยไม่มีการตั้งโต๊ะเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมด (mandatory tender offer) ตามกฎหมาย

สรุปสั้นๆ จากกรณีนี้ได้ว่า ก.ล.ต. ควรยิ่งต้องเร่งสอบสวนการถือครองหุ้นบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดของ Chartered Group และ CAI โดยเร็ว 

โดยเฉพาะในเมื่อ “ข้อมูลใหม่” ของ ทอม ไรท์ อาจบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ของการเกิด “เทคโอเวอร์ลับ” ที่ได้อำนาจควบคุมเกิน 25% ของนักลงทุนกลุ่มเดียวกันในบริษัท VGI ซึ่งอาจจะเข้าข่ายการฝ่าฝืนกฎหมายหลักทรัพย์ที่ร้ายแรงไม่แพ้ข้อกล่าวหาเรื่อง การเทคโอเวอร์ลับ บมจ. FSX เลยทีเดียว

นักเขียน นักแปล และนักวิจัยด้านธุรกิจที่ยั่งยืนและการเงินที่ยั่งยืน